ข่าวประกาศ

แชมป์บอลยุโรป 2008

 
Picture of ۩۞۩สมทัศน์ มั่นคง۩۞۩
แชมป์บอลยุโรป 2008
by ۩۞۩สมทัศน์ มั่นคง۩۞۩ - Monday, 30 June 2008, 6:29 PM
 

สเปน แชมป์ยูโร 2008 ชนะ เยอรมัน 1-0



สเปน แชมป์ ยูโร 2008

 สเปน เถลิงบัลลังก์แชมป์ ตอร์เรส ยิงชนะเยอรมัน

         ศึกลูกหนัง "ยูโร 2008" ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย เมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน เดินทางมาถึงนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันที่สมศักดิ์ศรีระหว่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แชมป์ 3 สมัย ดวลกับ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์ 1 สมัย ที่สนามแอร์นส์ท ฮัปเปิล สตาดิโอน กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

         เยอรมันได้รับข่าวดีเมื่อ "ไกเซอร์น้อย" มิชาเอล บัลลัค ผ่านความฟิตลงสนามได้ ขณะที่ สเปนไม่มี ดาวิด บีญา กองหน้าตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บ ต้องใช้ "เอล นินโญ" เฟร์นานโด ตอร์เรส ยืนเป็นศูนย์หน้าเป้าคนเดียว และส่ง เชส ฟาเบรกัส ลงมาเล่นแทน

         เริ่มเกมเป็นเยอรมันที่ได้ลุ้นประตูก่อน ตั้งแต่ 8 นาทีแรก โธมัส ฮิตเซิลแบร์เกอร์ ได้ยิงไกลนอกกรอบ แต่เบาเกินไปเข้ามือผู้รักษาประตู แต่จังหวะถัดมา สเปนมีโอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะเปิดบอลของ ชาบี เฮอร์นันเดซ บอลแฉลบ แพร์ มาเตซัคเกอร์ เปลี่ยนทางเกือบเข้าประตูตัวเอง โชคดี เยนส์ เลห์มันน์ พุ่งปัดได้ทัน

ยูโร 2008



         หลังผ่าน 15 นาทีแรก เป็นฝั่งสเปนที่ครองเกมได้เหนือกว่า และเกือบได้ประตูออกนำในนาทีที่ 22 เฟร์นันโด ตอร์เรส ขึ้นโหม่งโล่งๆ แต่บอลพุ่งไปชนโคนเสากระดอนออกมาอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม ตอร์เรส ก็มาทำประตูขึ้นนำได้ในที่สุด จากลูกจ่ายทะลุช่อง ตอร์เรส สปีดแซง ฟิลิปป์ ลาห์ม ก่อนจะดีดบอลข้ามตัว เลห์มัน เข้าไปตุงตาข่ายให้ทีมกระทิงดุขึ้นนำ 1-0 จนจบครึ่งแรก 

         ครึ่งหลัง เกมยังคงเป็นสเปนที่ครองบอลได้เหนือกว่า และเกือบได้ลูกที่ 2 หลายครั้ง ทั้งจากลูกยิงของ ชาบี แต่ เลห์มันน์ ยังป้องกันไว้ได้ และจังหวะสอดขึ้นไปโหม่งของ แซร์จิโอ รามอส เน้นๆ แต่ก็ไม่ผ่านมือ เลห์มันน์

         ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เยอรมัน ส่งศูนย์หน้าลงมาครบทั้ง 3 คน หวังทวงประตูคืน แต่กลับไปเข้าทางสเปนที่ใช้เกมโต้กลับเล่นงาน จนเกือบจะได้ประตูขึ้นนำอีกหลายครั้ง แต่เวลาที่เหลือก็ไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ ครบ 90 นาที สเปนชนะ 1-0 คว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุด เป็นการคว้าแชมป์คราวนี้เป็นสมัยที่ 2 หลังจากเคยทำได้เมื่อ 1964 ที่ประเทศตัวเองเป็นเจ้าภาพ

ยูโร 2008



         ชัยชนะครั้งนี้ ยังทำให้ "ขรัวเฒ่า" หลุยส์ อราโกเนส ผู้จัดการทีมสเปน ทำสถิติผู้จัดการทีมที่อายุมากที่สุดที่ทำทีมคว้าแชมป์ ในวัย 69 ปี ซึ่งจะครบ 70 ปี ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ และเป็นแชมป์ส่งท้ายของเขา เนื่องจากได้ประกาศวางมือหลังจากจบทัวร์นาเมนต์นี้ ส่วนผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อคือ บิเซนเต เดล บอสเก อดีตผู้จัดการทีมของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด

         สำหรับผู้ที่ได้ตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด คือ ดาวิด บีญา ของสเปน ยิงไปทั้งหมด 4 ประตู และยังเป็นคนเดียวที่ทำแฮตทริกได้ในเกมแรกที่ สเปนเอาชนะรัสเซีย 4-1 ขณะที่ มิชาเอล บัลลัค ยังต้องฝันร้ายลบอาถรรพ์อกหักในนัดชิงชนะเลิศต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะในนามทีมชาติ หรือสโมสร บัลลัค เป็นต้องพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศตลอด 



ข้อมูลจาก 
 
thairath.jpg
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อ้างอิงจาก http://hilight.kapook.com/view/25902