ข่าวประกาศ

สวช.เผยผลสำรวจ 12 วิธี บอกรักแม่-แม่อยากให้ลูกบอกรัก

 
123
สวช.เผยผลสำรวจ 12 วิธี บอกรักแม่-แม่อยากให้ลูกบอกรัก
by (-`๏'•ิ__•ิ`๏'-) (-`๏'•ิ__•ิ`๏'-) - Tuesday, 11 August 2009, 5:20 PM
 

033

สวช.เผยผลสำรวจ 12 วิธีบอกรักแม่และ 12 วิธีที่แม่อยากให้ลูกบอกรัก เนื่องในวันแม่แห่งชาติ พบใจตรงกันและเป็นคนส่วนใหญ่คือ พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ส่วนลูกในช่วงวัยรุ่นพบจะใช้วิธีอวยพรบอกรักแม่ผ่านอีเมลล์ โทรศัพท์ ขณะที่การบอกรักต่อหน้ามีน้อยที่สุดและเป็นในวัย 13-18 ปี ส่วนแม่วัย 60 ปีขึ้นไป อยากให้ลูกพาไปไหว้พระทำบุญ
เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดทำแบบสำรวจกลุ่มตัวอย่างเพื่อสำรวจว่าผู้ที่เป็นลูกมีวิธีบอกรักแม่อย่างไร และในทางกลับกันผู้ที่เป็นคุณแม่ต้องการให้ลูกปฏิบัติกับตนอย่างไรในวันแม่ที่จะถึง ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยในปัจจุบัน มีค่านิยม และแนวทางในการประพฤติปฏิบัติอย่างไร จากผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เป็นลูก จำนวน 2,400 คน แบ่งเป็นกลุ่มอายุ 6-12 ปี 13-18 ปี 19-22 ปี 23-30 ปี 31-40 ปี และ 40 ปีขึ้นไป ได้ข้อสรุปดังนี้
                  12 วิธีที่ลูกเลือกในการบอกรักแม่เรียงตามลำดับดังนี้

1.พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน มีผู้ที่เลือกมากที่สุด ร้อยละ 26.42 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป 2.การกอดและหอมแก้มแม่ มีผู้ที่เลือกร้อยละ 16.00 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 13-18 ปี

 3.การมอบดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแม่ให้กับแม่ ร้อยละ 13.33 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 6-12 ปี
4. พาแม่ไปไหว้พระทำบุญ ร้อยละ 8.92 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 31-40 ปี

5.ให้ของขวัญแม่ ร้อยละ 7.42 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 19-22 ปี

6. พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 7.00 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 31-40 ปี

7. ให้บัตรอวยพร ร้อยละ 5.58 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 6-12 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบัตรอวยพรที่เด็กๆ ทำมาจากโรงเรียน

 8. ให้เงินพิเศษ ร้อยละ 5.25 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นช่วงของอายุที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน

9. ชวนแม่เข้าครัวทำอาหารทานกันเอง มีผู้ที่เลือกร้อยละ 4.67 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 23-30 ปี ซึ่งอยู่ในวัยกำลังสร้างครอบครัว และมีลูกเล็กจึงอาจไม่สะดวกที่จะทานอาหารนอกบ้าน รวมทั้งอาจเกิดจากการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009
10.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทางกระดาษบันทึกข้อความ (กระดาษโน้ต) จดหมาย มีผู้เลือกร้อยละ 2.00 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 13-18 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่น จึงไม่ค่อยกล้าแสดงออกตรง ๆ

11.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทางอีเมลล์ หรือโทรศัพท์ ร้อยละ 1.83 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 13-18 ปี ซึ่งนิยมชมชอบการใช้เครื่องมือสื่อสาร

12.การบอกรักหรือให้คำมั่นสัญญาด้วยคำพูดต่อหน้า มีเลือกเพียงร้อยละ 1.58 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 13-18 ปี เด็กในวัยนี้จะติดเพื่อน ดังนั้นจึงใช้วิธีนี้เพื่อสร้างความมั่นใจต่อแม่
                ส่วนผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ที่เป็นแม่ใน กทม.และปริมณฑล จำนวน 1,500 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุ 23-30 ปี 31-40 ปี 40-50 ปี 51-60 ปี และ 60 ปีขึ้นไป ได้ข้อสรุป 12 วิธี (ที่แม่อยากให้ลูกเลือก)ในการบอกรักแม่

1.พาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน มีผู้เลือกถึงร้อยละ 42.50 ซึ่งมากที่สุดเช่นเดียวกับกลุ่มของผู้ที่เป็นลูก โดยกลุ่มอายุของผู้เป็นแม่ที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 41-50 ปี แสดงว่าคุณแม่วัยนี้นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน

 2. พาแม่ไปไหว้พระทำบุญ เป็นวิธีที่มีผู้เลือกร้อยละ 18.80 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 60 ปีขึ้นไป

 3. การกอดและหอมแก้มแม่ ร้อยละ 10.13 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 23-30 ปี

4. พาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปี (ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วย) มีผู้เลือกร้อยละ 9.73 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 51-60 ปี อาจเนื่องจากสุขภาพที่เริ่มถดถอย และเริ่มดูแลตนเองมากขึ้น
5. ชวนแม่เข้าครัวทำอาหารทานกันเอง ร้อยละ 6.53 โดยกลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 31-40 ปี

6. การมอบดอกมะลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์วันแม่ มีร้อยละ 3.07 ปรากฏว่าเลือกเท่ากันทั้ง 3 กลุ่มอายุ

7.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทาง E-mail หรือโทรศัพท์ มีร้อยละ 2.13

 8. ให้ของขวัญแม่ ร้อยละ 2.00 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 41-50 ปี

9.การบอกรักหรือให้คำมั่นสัญญาด้วยคำพูดต่อหน้า ร้อยละ 1.73 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 23-30 ปี

10.ให้เงินพิเศษ ร้อยละ 1.60 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ 60 ปีขึ้นไป เรียกวัยเกษียณอายุ

 11.การอวยพรหรือบอกรักแม่ผ่านทางกระดาษบันทึกข้อความ / จดหมาย ร้อยละ 1.60 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 31-40 ปี

12. ให้บัตรอวยพร ร้อยละ 0.27 กลุ่มอายุที่เลือกมากที่สุดคือ อายุ 51-60 ปี เพราะสามารถนำกลับมาอ่านได้ไม่รู้เบื่อ. -สำนักข่าวไทย

http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_05568.php